สรุปชัด! ความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์ ฉบับล่าสุดปี 2569:
เจ็บ-ตาย ได้เงินเท่าไหร่ ไม่ต้องสำรองจ่ายจริงไหม?

เชื่อว่าคนมีรถหลายคนคงคุ้นเคยกับการ “ต่อ พ.ร.บ.” กันเป็นประจำทุกปี แต่ถ้าลองถามเจาะลึกว่า “ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจริงๆ พ.ร.บ. คุ้มครองอะไรบ้าง?” หรือ “ได้เงินชดเชยเท่าไหร่?” เชื่อว่าเกินครึ่งยังตอบแบบลังเล หรือเข้าใจผิด คิดว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแค่ค่าซ่อมรถ หรือคิดว่าต้องจ่ายเงินตัวเองไปก่อนค่อยมาเบิกทีหลัง
ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผมคลุกคลีอยู่ในวงการประกันภัย ได้เห็นผู้ประสบภัยจำนวนมากเสียสิทธิ์อันชอบธรรมไปเพียงเพราะ “ไม่รู้” หรือ “เข้าใจผิด” เกี่ยวกับสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ตัวเองมีอยู่
วันนี้ ผมในฐานะตัวแทนจาก www.ประกันภัยไร้ค่าคอม.com จะมาถอดรหัสและอธิบายวงเงินความคุ้มครอง พ.ร.บ. รถยนต์และรถจักรยานยนต์ ฉบับล่าสุดที่ใช้จริงในปี 2569 ให้ฟังกันแบบภาษาบ้านๆ อธิบายเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน โดยอ้างอิงข้อมูลถูกต้องแม่นยำตรงจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ครับ

พ.ร.บ. คืออะไร? ทำไมกฎหมายต้องบังคับให้ทำ

ก่อนจะไปดูเรื่องวงเงิน เรามาทำความเข้าใจหัวใจสำคัญของมันก่อนครับ
คำว่า พ.ร.บ. ย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จัดเป็น “ประกันภัยภาคบังคับ” ที่รถทุกคันที่วิ่งบนท้องถนนในประเทศไทยต้องมี
จำง่ายๆ: พ.ร.บ. คือ “ประกันภัยคุ้มครองคน” ส่วนประกันภัยชั้น 1, 2+, 3 (ประกันภาคสมัครใจ) คือ “ประกันภัยคุ้มครองรถและทรัพย์สิน”
ดังนั้น ไม่ว่ารถคุณจะเก่าจะใหม่ หรือคุณจะขับรถไปชนคนอื่น หรือโดนคนอื่นมาชน พ.ร.บ. จะเข้ามาดูแลเฉพาะ “ชีวิต ร่างกาย และอนามัยของมนุษย์” เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับค่าซ่อมพังหรือตัวรถแต่อย่างใดครับ

เปิดตารางความคุ้มครอง พ.ร.บ. ฉบับปี 2569 (อัปเดตตามเกณฑ์ คปภ.)

ตามประกาศของสำนักงาน คปภ. สิทธิความคุ้มครองตาม พ.ร.บ. ในปัจจุบัน ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก เพื่อความชัดเจนและยุติธรรมในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ดังนี้ครับ

      1. ค่าเสียหายเบื้องต้น (จ่ายทันที ไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด)
        ส่วนนี้มีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างทันท่วงที ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายถูก ฝ่ายผิด หรือยังหาคนผิดไม่ได้ (เช่น ชนแล้วหนี) เมื่อเกิดอุบัติเหตุ บริษัทประกันภัยต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้ภายใน 7 วัน นัยสำคัญคือ “ชีวิตและร่างกายต้องได้รับการรักษาก่อน เรื่องคดีค่อยว่ากันทีหลัง”
        • ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง): สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท ต่อคน
        • การสูญเสียอวัยวะ / ทุพพลภาพ / เสียชีวิต: จ่าย 35,000 บาท ต่อคน
        • กรณีบาดเจ็บแล้วเสียชีวิตในภายหลัง: รวมกันสูงสุดไม่เกิน 65,000 บาท ต่อคน
      2. ค่าสินไหมทดแทน (จ่ายเพิ่มหลังจาก “พิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก”)
        เมื่อพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) สรุปคดีและชี้ชัดแล้วว่า คุณคือ “ฝ่ายถูก” (ผู้บริสุทธิ์) วงเงินความคุ้มครองจะถูกปรับเพิ่มขึ้นเป็นวงเงินสูงสุดทันที โดยนำไปรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นที่จ่ายไปแล้ว ดังนี้ครับ

     

รายการความคุ้มครองวงเงินจ่ายสูงสุด (ฝ่ายถูก)
ค่ารักษาพยาบาล (ตามจริง)สูงสุดไม่เกิน 80,000 บาท / คน
เสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง500,000 บาท / คน
สูญเสียอวัยวะ (แขน/ขา/สายตา) 2 ข้างขึ้นไป500,000 บาท / คน
สูญเสียอวัยวะ (แขน/ขา/สายตา) 1 ข้าง หรือ หูตึง/นิ้วขาด250,000 – 350,000 บาท / คน
ทุพพลภาพถาวร (ไม่สามารถทำงานได้)300,000 บาท / คน
เงินชดเชยรายวัน (กรณีเป็นผู้ป่วยใน IPD)200 บาท / วัน (สูงสุดไม่เกิน 20 วัน)

หมายเหตุ: วงเงินความคุ้มครองสูงสุดรวมต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถยนต์ไม่เกิน 7 ที่นั่ง อยู่ที่ไม่เกิน 5,000,000 บาท

 
เห็นภาพชัดขึ้น! ด้วย 2 สถานการณ์ตัวอย่างในชีวิตจริง

เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของ พ.ร.บ. ชัดเจนขึ้น ลองมาดูสถานการณ์จำลองต่อไปนี้ครับ

ตัวอย่างที่ 1: นาย A ขับรถมอเตอร์ไซค์ล้มเอง (ไม่มีคู่กรณี)

  • สถานการณ์: นาย A ขับรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มเองเนื่องจากถนนลื่น ได้รับบาดเจ็บแขนหัก ต้องเข้าโรงพยาบาล ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด 25,000 บาท
  • การเคลม พ.ร.บ.: เนื่องจากไม่มีคู่กรณี นาย A จึงถือเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบตัวเอง นาย A จะได้รับความคุ้มครองในหมวด “ค่าเสียหายเบื้องต้น” จ่ายค่ารักษาตามจริงไม่เกิน 30,000 บาท ดังนั้น ค่ารักษา 25,000 บาท พ.ร.บ. จ่ายให้ทั้งหมด นาย A ไม่ต้องจ่ายเงินสักบาท

ตัวอย่างที่ 2: รถยนต์ B โดนรถยนต์ C ฝ่าไฟแดงมาชน (นาย B เป็นฝ่ายถูก)

  • สถานการณ์: นาย B ขับรถยนต์มาดีๆ โดน นาย C ขับฝ่าไฟแดงพุ่งชนอย่างจัง นาย B ขาหัก ต้องนอนโรงพยาบาลเป็นผู้ป่วยใน (IPD) นาน 10 วัน มีค่ารักษาพยาบาลรวม 75,000 บาท
  • การเคลม พ.ร.บ.:
    1. ช่วงแรก (ยังไม่สรุปคดี): พ.ร.บ. จากรถของนาย B จะสำรองจ่ายค่ารักษาเบื้องต้นให้ก่อน
    2. ช่วงหลัง (ตำรวจชี้ว่า C ผิดจริง): นาย B เป็นฝ่ายถูก จึงมีสิทธิ์ได้รับความคุ้มครองสูงสุดจาก พ.ร.บ. ฝ่าย C ดังนี้:
    – ค่ารักษาพยาบาล: จ่ายตามจริง 75,000 บาท (ไม่เกินวงเงิน 80,000 บาท)
    – ค่าชดเชยรายวัน: นอนโรงพยาบาล 10 วัน x 200 บาท = 2,000 บาท
    – รวมเงินที่ นาย B ได้รับ: 77,000 บาท
ความเข้าใจผิดยอดฮิตเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ที่คนไทยมักพลาด
  1.  “ต้องสำรองจ่ายเงินตัวเองไปก่อนจริงไหม?”
    ตอบ: ไม่จำเป็นครับ! หากคุณเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีคู่สัญญากับบริษัทประกันภัย หรือแจ้งสิทธิ์ พ.ร.บ. กับทางโรงพยาบาลตั้งแต่แรก ทางโรงพยาบาลจะทำการประสานงานเคลมค่ารักษากับบริษัทประกันภัยโดยตรง คุณไม่ต้องสำรองเงินจ่ายเอง เว้นแต่มีส่วนเกินจากวงเงินความคุ้มครองครับ
  2. “ถ้าซิ่งชนคนตาย พ.ร.บ. ไม่จ่ายใช่ไหม?”
    ตอบ: พ.ร.บ. จ่ายครับ! เจตนารมณ์ของกฎหมาย คปภ. คือการเยียวยา “ผู้ประสบภัย” (ผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต) เป็นหลัก ต่อให้คนขับจะประมาท ขับรถชนคนอื่นเสียชีวิต พ.ร.บ. ของรถคันที่ชนก็ต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 500,000 บาททันที เพื่อไม่ให้ครอบครัวเหยื่อต้องเดือดร้อน (ส่วนเรื่องคดีอาญาของคนขับก็ว่ากันไปตามกฎหมาย)
  3. “ขาดต่อ พ.ร.บ. แค่ไม่กี่วัน ชนขึ้นมาไม่เป็นไรมั้ง?”
    ตอบ: เป็นเรื่องใหญ่มากครับ! นอกจากจะมีโทษปรับตามกฎหมายสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทแล้ว หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา เจ้าของรถจะต้อง “จ่ายเงินค่ารักษาและค่าชดเชยทั้งหมดเองจากกระเป๋าตัวเอง” ซึ่งอาจสูงถึงหลักแสนหรือหลักล้านบาทเลยทีเดียวครับ
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. เมื่อเกิดอุบัติเหตุ (ทำตามนี้ได้เงินชัวร์)

หากเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเบาหรือหนัก ให้ตั้งสติและทำตามขั้นตอนดังนี้ครับ:

  1. แจ้งความลงบันทึกประจำวัน: ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่เพื่อขอ “ใบบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี” (จำเป็นมากสำหรับการยื่นเคลม)
  2. เตรียมเอกสารสำคัญ:
    o สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย
    o สำเนาทะเบียนบ้าน
    o สำเนาตารางกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถคันเกิดเหตุ
    o ใบรับรองแพทย์ และ ใบเสร็จรับเงินฉบับจริง
    o สำเนาบันทึกประจำวันของตำรวจ
  3. ยื่นเรื่องเคลม: นำเอกสารยื่นต่อบริษัทประกันภัยที่รับทำ พ.ร.บ. ให้รถคันนั้น หรือยื่นผ่านโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษา หรือติดต่อ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด (เบอร์โทร 1791) ได้ทั่วประเทศ
สรุป: ทำไมต้องซื้อ พ.ร.บ. กับ “ประกันภัยไร้ค่าคอม”?

พ.ร.บ. ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวที่คุณเอาไว้ไปยื่นต่อภาษีรถยนต์ประจำปี แต่มันคือ “หลักประกันความปลอดภัยทาง finances ขั้นพื้นฐาน” ของคุณและครอบครัว รวมถึงเพื่อนร่วมทางทุกคนบนท้องถนน
ราคากลางของ พ.ร.บ. ถูกกำหนดโดย คปภ. (เช่น รถยนต์นั่งไม่เกิน 7 ที่นั่ง ราคา 645.21 บาท/ปี, มอเตอร์ไซค์ไม่เกิน 125cc ราคา 323.14 บาท/ปี) แต่ที่ www.ประกันภัยไร้ค่าคอม.com เรามีอุดมการณ์ที่ชัดเจน คือการคืนประโยชน์ให้แก่ผู้บริโภค
เราตัดระบบค่าคอมมิชชั่นของตัวแทนออก ทำให้คุณได้รับ พ.ร.บ. แท้ 100% ออกตรงจากบริษัทประกันภัยชั้นนำ ในราคาที่คุ้มค่าและประหยัดที่สุด พร้อมทีมงานมืออาชีพคอยแนะนำและประสานงานสิทธิ คปภ. ให้คุณตลอด 24 ชั่วโมงครับ
“มี พ.ร.บ. ไว้อุ่นใจ เกิดเหตุขึ้นมาเมื่อไหร่ ให้สิทธิ์ตามกฎหมายดูแลคุณ”
ซื้อ พ.ร.บ. ออนไลน์ง่ายๆ เช็กราคาและรับกรมธรรม์ทันทีได้ที่ www.ประกันภัยไร้ค่าคอม.com ครับ!

แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) / พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ