เคยสงสัยกันไหมครับว่า… เงินค่าเบี้ยประกันภัยที่เราจ่ายไปในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือประกันวินาศภัยต่างๆ นั้น จริงๆ แล้วถูกนำไปตัดเป็น “ค่าคอมมิชชั่น” ของตัวแทนหรือนายหน้าสูงถึงกี่เปอร์เซ็นต์?
และจะดีกว่าไหม ถ้าเงินส่วนนั้นไม่ได้ถูกบวกเพิ่มเข้าไปในกระเป๋าของใคร แต่ถูกตัดออกเพื่อคืนกลับมาเป็น “ส่วนลดและราคาที่ยุติธรรมที่สุด” ให้กับตัวคุณเอง?
ตลอดระยะเวลาที่เราทำงานในวงการประกันภัย สิ่งหนึ่งที่เห็นมาโดยตลอดคือความเหลื่อมล้ำทางข้อมูล ผู้บริโภคจำนวนมากต้องจ่ายเบี้ยประกันในราคาเต็ม โดยไม่เคยรู้เลยว่าเงินที่จ่ายไปนั้น ส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้เป็นค่าการตลาดและค่าคอมมิชชั่นของตัวแทน
วันนี้เราจะขอพามาถอดรหัสทำความเข้าใจเรื่อง “การซื้อประกันภัยแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น” ผ่านมุมมองที่เข้าใจง่าย พร้อมเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน โดยอ้างอิงเกณฑ์และข้อกำหนดจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อให้คุณได้ประโยชน์สูงสุดจากการทำประกันภัย
1. ค่าคอมมิชชั่นประกันภัยคืออะไร? แอบซ่อนอยู่ในเบี้ยประกันเท่าไหร่?
เพื่อให้เห็นภาพง่ายๆ ค่าคอมมิชชั่น (Commission) คือ ค่าตอบแทนที่บริษัทประกันภัยจ่ายให้กับตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัย เมื่อสามารถขายกรมธรรม์ให้กับลูกค้าได้สำเร็จ
ตามประกาศและโครงสร้างอัตราเบี้ยประกันภัยของ สำนักงาน คปภ. มีการกำหนดกรอบอัตราค่าตอบแทน หรือค่าคอมมิชชั่นสูงสุดของประกันภัยแต่ละประเภทไว้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น:
• ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ (ชั้น 1, 2+, 3+): มีโครงสร้างค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 18% – 18%++
• ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA): มีค่าคอมมิชชั่นสูงสุดได้ถึง 20% – 30%
• ประกันภัยอัคคีภัย / ประกันบ้าน: มีค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 25% – 30%
• ประกันภัยเดินทาง: มีค่าคอมมิชชั่นสูงถึง 20% – 40%
ลองคำนวณง่ายๆ:
หากคุณซื้อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคา 20,000 บาท
เบี้ยประกันฉบับนั้นอาจมีส่วนที่เป็นค่าคอมมิชชั่นซ่อนอยู่สูงถึง 3,600 – 4,000 บาท!
ซึ่งเงินจำนวนนี้คือต้นทุนทางการตลาดที่ถูกบวกเข้าไปในราคาเบี้ยประกันภัยที่คุณต้องจ่ายนั่นเองครับ
2. 4 ข้อดีหลักของการซื้อประกันภัยแบบ “ไม่มีค่าคอมมิชชั่น”
เมื่อระบบการซื้อขายแบบใหม่ตัดขั้นตอนของตัวแทนออกไป แล้วนำระบบ “ไร้ค่าคอม” เข้ามาแทนที่ ประโยชน์ทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้บริโภคโดยตรง ดังนี้ครับ
ข้อที่ 1: จ่ายเบี้ยประกันภัยใน “ราคาสุทธิ” (Net Price) ที่ประหยัดขึ้นจริง
ข้อดีที่ชัดเจนที่สุดคือ “เรื่องเงินในกระเป๋า” เมื่อไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้ตัวแทน บริษัทประกันภัยหรือแพลตฟอร์มก็สามารถปรับลดราคาเบี้ยประกันลงมาให้อยู่ในระดับราคาสุทธิ (Net Premium) ได้ทันที ทำให้คุณได้รับความคุ้มครองเท่าเดิม ในราคาที่จ่ายน้อยลงตั้งแต่ 10% – 20% ขึ้นอยู่กับประเภทประกัน
ข้อที่ 2: ได้รับคำแนะนำที่เป็นกลางและจริงใจ (Unbiased Advice)
ในระบบการขายผ่านตัวแทนแบบเดิม ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ “การเชียร์ขายแผนที่ได้ค่าคอมมิชชั่นสูง” มากกว่าแผนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้า
แต่การซื้อประกันภัยแบบไม่มีค่าคอมมิชชั่น จะช่วยขจัดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of Interest) ออกไปอย่างสิ้นเชิง ข้อเสนอและคำแนะนำที่คุณได้รับจะมาจาก “ความเหมาะสมและความคุ้มค่าจริง” ตรงตามความต้องการและงบประมาณของคุณ 100%
ข้อที่ 3: ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
คุณจะสามารถเห็นโครงสร้างราคา และเงื่อนไขความคุ้มครองได้อย่างชัดเจน ไม่ต้องกังวลเรื่องหมกเม็ด หรือการแอบบวกราคาเพิ่มเพื่อสร้างกำไรส่วนต่าง ทุกเบี้ยประกันภัยอ้างอิงตามอัตราที่ผ่านการอนุมัติจาก สำนักงาน คปภ. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ข้อที่ 4: ความคุ้มครองและมาตรฐานกรมธรรม์เหมือนเดิม 100%
หลายคนมักเข้าใจผิดว่า “ซื้อแบบไม่มีค่าคอม แล้วความคุ้มครองจะลดลงไหม?”
คำตอบคือ “ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย” ครับ เพราะกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับออกโดยบริษัทประกันภัยชั้นนำแห่งเดียวกัน มีข้อตกลง ความคุ้มครอง และความรับผิดชอบตามกฎหมายภายใต้การกำกับดูแลของ คปภ. เหมือนกับการซื้อผ่านตัวแทนทุกประการ
3. เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: ซื้อแบบ “มีค่าคอม” vs “ไม่มีค่าคอม”
เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ลองมาดูตารางเปรียบเทียบในมิติต่างๆ กัน
| ประเด็นการเปรียบเทียบ | ซื้อผ่านระบบเดิม (มีค่าคอมมิชชั่น) | ซื้อผ่าน www.ประกันภัยไร้ค่าคอม.com |
| ราคาเบี้ยประกันภัย | ราคาเต็ม (รวมค่าการตลาดและค่าคอมมิชชั่น 18-30%) | ราคาสุทธิ ประหยัดทันที ไม่ถูกบวกค่าคอม |
| แรงจูงใจในการแนะนำแผน | อาจเน้นแผนหรือบริษัทที่จ่ายค่าคอมสูง | เน้นความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นหลัก |
| ความโปร่งใสของราคา | ไม่แสดงรายละเอียดค่าคอมมิชชั่นที่ซ่อนอยู่ | โปร่งใส แสดงเบี้ยประกันตามจริง ยุติธรรม |
| มาตรฐานกรมธรรม์ | รับประกันโดยบริษัทประกันภัย (คปภ. คุ้มครอง) | รับประกันโดยบริษัทประกันภัยเดิม (คปภ. คุ้มครอง 100%) |
| กระบวนการเคลมสินค้า | เคลมผ่านบริษัทประกันภัย / แจ้งตัวแทน | เคลมตรงกับบริษัทประกันภัยได้ทันที 24 ชม. |
4. สถานการณ์ตัวอย่าง: เงินที่ประหยัดได้จากระบบไร้ค่าคอม
ลองมาดูสถานการณ์จำลองของผู้ซื้อประกันภัยในชีวิตจริงกันครับ
ตัวอย่างที่ 1: คุณสมชาย ต่อประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทุกปี
• สถานะเดิม: คุณสมชายจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ปีละ 22,000 บาท ผ่านนายหน้าเจ้าเดิมมาตลอด 5 ปี (รวมเงินที่จ่ายไป 110,000 บาท)
• เมื่อเปลี่ยนมาซื้อแบบไร้ค่าคอม: เบี้ยประกันสุทธิลดลงเหลือเพียง 18,000 บาท (เซฟเงินได้ปีละ 4,000 บาท)
• ผลลัพธ์: ในระยะเวลา 5 ปี คุณสมชาย ประหยัดเงินไปได้ถึง 20,000 บาท โดยที่ความคุ้มครอง อู่ซ่อม ทุนประกัน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินยังคงเหมือนเดิมทุกประการ
ตัวอย่างที่ 2: ครอบครัวคุณนภา ทำประกันอัคคีภัยบ้านและประกันอุบัติเหตุทั้งบ้าน
• สถานะเดิม: ซื้อประกันอัคคีภัยบ้านคุ้มครอง 3 ปี เบี้ยประกัน 15,000 บาท และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลให้สมาชิก 4 คน รวมปีละ 12,000 บาท
• เมื่อเปลี่ยนมาซื้อแบบไร้ค่าคอม:
o ประกันอัคคีภัยบ้านลดลงเหลือประมาณ 11,500 บาท (ประหยัดไป 3,500 บาท)
o ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคลลดลงเหลือประมาณ 9,000 บาท (ประหยัดไป 3,000 บาท/ปี)
• ผลลัพธ์: ครอบครัวคุณนภามีเงินเหลือไปใช้จ่ายด้านอื่นหรือสะสมเป็นเงินออมเพิ่มขึ้นทันทีหลายพันบาทต่อปี
5. ไขข้อข้องใจ: ซื้อประกันแบบไม่มีค่าคอม แล้วเวลาเกิดเหตุ เคลมอย่างไร?
คำถามยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่อยากรู้คือ “ถ้าไม่มีตัวแทน แล้วเวลาเกิดอุบัติเหตุหรือต้องเข้าโรงพยาบาล จะเคลมยากไหม?”
ขออธิบายให้สบายใจตรงนี้เลยครับว่า “ขั้นตอนการเคลมไม่ได้ต่างกันเลย”
1. สิทธิ์การเคลมเป็นของกรมธรรม์ ไม่ใช่ของตัวแทน:
ตามกฎหมาย คปภ. เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุเคลม ผู้รับประกันภัยคือ “บริษัทประกันภัย” (เช่น วิริยะ, กรุงเทพประกันภัย, AXA, ทิพยประกันภัย ฯลฯ) ซึ่งมีศูนย์รับแจ้งเหตุและทีมสำรวจภัยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงอยู่แล้ว
2. ไม่ต้องผ่านคนกลางให้ล่าช้า:
คุณสามารถโทรแจ้งเคลมกับสายด่วนของบริษัทประกันภัยได้โดยตรง หรือยื่นแฟกซ์เคลมกับโรงพยาบาลคู่สัญญาได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาติดต่อผ่านตัวแทนเพื่อยื่นเอกสารซ้ำซ้อน
6. สรุป:
ทางเลือกใหม่ของการทำประกันภัยที่คุ้มค่าและยุติธรรมที่สุด
การทำประกันภัย คือการซื้อ “ความคุ้มครองและความสบายใจ” ไม่ใช่การซื้อบริการเสริมที่ไม่จำเป็น
ในยุคดิจิทัลปี 2569 ที่ข้อมูลข่าวสารเชื่อมโยงถึงกันอย่างทั่วถึง การเลือกซื้อประกันภัยโดย “ตัดค่าคอมมิชชั่นออก” จึงเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หากคุณกำลังมองหาความคุ้มค่าที่แท้จริง ต้องการเบี้ยประกันภัยราคาสุทธิที่ไร้การบวกเพิ่ม พร้อมความมั่นใจในมาตรฐานความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย คปภ.
เปิดประสบการณ์การทำประกันภัยรูปแบบใหม่ที่โปร่งใส ยุติธรรม และประหยัดกว่าได้แล้ววันนี้ที่ www.ประกันภัยไร้ค่าคอม.com ให้เราดูแลความคุ้มครองของคุณ ในราคาที่เป็นธรรมที่สุด!
แหล่งข้อมูลอ้างอิง: สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) / ประกาศ คปภ. เรื่อง กำหนดอัตราส่วนลดและค่าตอบแทนในการรับประกันภัย